青山スクール オブ ジャパニーズ

แด่ อาจารย์นากานิชิ
フウテンの寅には心のより所、わがままの言える柴又という故郷がある。青山スクール、私にとってはまさにそのよ うな存在であると、最近ふっと振り返ってそう思えるようになってきた。私が日本での原点であり、そして大目に見てくれる育ての親でもある。三十周年、おめ でとう。贅沢は言わないが、寅さん映画48作にちなんでせめて四十八周年まではがんばって欲しい。人生は移り変わり、涙もろいのは年のせいか。 
卒業生 葉 正鴻 (台湾)
    

แด่ โรงเรียนอะโอยะมะ

ถึงอาจารย์ทุกๆท่าน ตั้งแต่จบการศึกษาไปก็เป็นระยะเวลา๒๒ปีแล้ว。ผมเป็นอยู่อย่างสบายดีครับ ขอแสดงความยินดีด้วยครับกับโรงเรียนอะโอยะมะที่วันนี้เป็นวันที่ครบรอบ๓๐ปีวันนี้เป็นวันที่ทุกคนชื่นชมและภูมิใจมากครับดังนั้นจึงขออนุญาตส่งข้อความแสดงความยินดีไปยังโรงเรียนโดยอีเมล์。
ฉันมาประเทศญี่ปุ่นเพื่อเข้าเรียนภาษาญี่ปุ่นที่โรงเรียนอะโอยะมะเมื่อ เดือนตุลาคม ปี ค.ศ.1982 ซึ่งตอนนั่นเป็นฤดูใบไม้ร่วงพอดี ซึ่งทั้งเมืองจะมีใบไม้สีน้ำตาล สีแดง สีเหลืองอร่ามเต็มไปหมด เป็นความสวยงามที่บรรยายออกเป็นตัวอักษรไม่ได้ ซึ่งเป็นตอนที่ฉันเริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนอะโอยะมะ ฉันใช้ชีวิตอยู่ที่โรงเรียนโดยมีอาจารย์และ รุ่นพี่ที่ใจดีมากคอยช่วยเหลือทุกอย่าง ทำให้ ระยะเวลา๑ปีครึ่งที่ได้เรียนที่โรงเรียนนี้เป็นการเรียนที่วิเศษที่สุดเพราะ ฉันไม่มีอะไรที่จะต้องเป็นห่วง และ สิ่งนั้นเองทำให้ฉันมุ่งมั่น และตั้งใจเรียนจนจบการศึกษาที่โรงเรียนอะโอยะมะ
 อีกด้านหนึ่งของชีวิตฉัน ก็คือช่วงเวลาที่ใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัยตัวฉันและน้องสาวของฉันได้ รับข่าวจากผู้ปกครองที่อยู่ใต้หวันว่า ธุรกิจของผู้ปกครองล้มเหลว และเรื่องนี้เองทำให้ฉันคิดเปลี่ยนใจที่จะกลับใต้หวันทันที ในช่วงเวลาสั้นๆ แต่สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตของฉันและน้องสาวฉันก็คือ ฉันได้เข้าปรึกษาอาจารย์ใหญ่ว่าจะทำอย่างไรดี แต่อาจารย์ใหญ่ไม่ได้คิดเหมือน ฉันเลย อาจารย์ใหญ่บอกกับฉันว่าให้พยายามสอบให้ได้ก่อนแล้วเราค่อยกลับมาหาทางแก้ไขปัญหากันซึ่งในตอนนั้นใจของฉันกลับประเทศไต้หวันไปแล้วด้วยซ้ำ แต่คำพูดของอาจารย์ใหญ่ทำให้ฉัน กลับมาตั้งใจติวเข้มเพื่อจะสอบให้ได้ เมื่อผลสอบถูกประกาศ ในรายผู้ที่สอบติดมีชื่อฉันด้วย ฉันดีใจมากแต่อีกใจหนึ่งก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี เกี่ยวกับค่าเล่าเรียน หลังจากแจ้งข่าวสอบติดให้กับผู้ปกครอง ผู้ปกครองก็ส่งเงินผ่านไปรษณีมาให้ ทำให้ฉันดีใจมากและคิดถึงคำแรกที่อาจารย์ใหญ่ได้ให้กำลังใจกับฉันว่า"ให้ตั้งใจสอบให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาคิดแก้ปัญหากัน" จนถึงทุกวันนี้คำพูดประโยคนี้ติดตรึงใจของฉันอยู่มาโดยตลอดไม่มีวันลืมเลือนแม้แต่วันเดียว
 ผู้ปกครองต้องการให้ลูกๆรู้จกการลำบากและช่วยเหลือตัวเองให้ได้ดังนั้น จึงเลือกให้ฉันมาเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น แต่สิ่งที่ฉันคิดในตอนนี้และจะคิดตลอดไปว่า สิ่งที่ผู้ปกครองของฉันได้ทำไป เป็นสิ่งที่มีค่ามากกว่าของมีค่าใดๆ ในชีวิตของฉันเลยก็ว่าได้  ตอนนี้ฉันได้ทำงานเป็นล่ามภาษาญี่ปุ่น ซึ่งฉันได้ภูมิใจในงานนี้มากเพราะเป็นงานที่ได้มีโอกาสตอบแทนบุญคุณประเทศญี่ปุ่นไม่มากก็น้อยขอขอบคุณอาจารย์ทุกท่านครับที่ได้ให้ความรู้กับพวกฉัน และ ที่ลืมไม่ได้ขอแสดงความยินดีอีกครั้งสำหรับการครบรอบ๓๐ปีโรงเรียนอะโอยะมะ ขอให้โรงเรียนรุ่งเรื่องยิ่งๆขึ้นไป

ศิษย์เก่า 楊 淑恵・ 桑山淑恵

เดือน ตุลาคม ปี ค.ศ.1982〜เดือน มีนาคม ปี ค.ศ.1984 )(ชาวไต้หวัน
    


ผมชื่อชัยวัฒน์ ไตรสัตยาแต่ได้เปลี่ยนนามสกุลตามคุณพ่อเป็น วีรไตรพันธิ์ ได้จบการศึกษาที่โรงเรียนอะโอยะมะ ในปีค.ศ. 2003 ผมเกิดที่เมืองไทย เป็นคนไทยครับ. ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับการครบรอบ30ปีของโรงเรียนอะโอยะมะครับ โรงเรียนอะโอยะมะเป็นโรงเรียนที่สอนภาษาญี่ปุ่นและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นให้กับชาวต่างชาติมาเป็นเวลา30ปีกว่าจะมาได้ถึง ณ วันนี้ ต้องผ่านอุปสรรค์มากมาย นักเรียนก็มีหลายพ่อพันแม่ มาจากแต่ละที่แต่ละแห่งหน พอมาบรรจบกันก็แน่นอน จะต้องเกิดความที่ต่างกัน มีทั้งนักเรียนดี และนักเรียนไม่ดีประปนกันอยู่โรงเรียนอะโอยะมะไม่ได้เพียงแต่สอนภาษาญี่ปุ่นเท่านั้นแต่คิดอยู่เสมอว่าจะต้องสั่งสอนให้ทุกคนเป็นคนดีและส่งเข้าไปในสังคมหรือโลกแห่งความเป็นจริงเด็กที่อาจารย์ใหญ่(อาจารย์นากานิชิ)สั่งสอนมาไม่ใช่แค่ผมคนเดียวแม่แต่พ่อขอบผมเองก็เคยสอนมาแล้ว พ่อผมคือ ชาญชัย ไตรสัตยา(ไตรศักดิ์ วีรไตรพันธ์)ึ่งอาจารย์ใหญ่สอนพ่อของผมตั้งแต่ยังไม่มีโรงเรียนอะโอยะมะเลยเรื่องที่พูดอยู่ตอนนี้นานมากแล้วนานกว่า30ปี ซึ่งผมก็ยังไม่เกิดเลยนั่นแหละที่สิ่งที่พ่อของผมเลือกหนทางแห่งชีวิตให้กับผมโดยให้มาเรียนที่โรงเรียนอะโอยะมะก่อนผมมาญี่ปุ่นผมไม่ได้ภาษาญี่ปุ่นเลยครับ ในตอนแรกเมื่อได้รู้ว่าจะต้องจากคุณพ่อ มาใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นคนเดียว ผมรู้สึกกลัว ๆ กล้า ๆ แต่ตอนที่ถึงที่ญี่ปุ่นแล้ว ท่านอาจารย์ใหญ่(อาจารย์นากานิชิ)และ คุณทาโร่ มายืนรอรับผมและพ่อของผมเหมือนกับว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกับผมเลย ซึ่งผมรู้สึกอบอุ่น และ ทำให้ลืมความกลัวไปเลย ในครั้งแรกที่พบกัน ผมไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นเลยสักนิด แต่คำแรกที่คุณทาโร่ทักทายผม คือ โอฮะโย ซึ่งแปลว่า สวัสดี  แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะตอบอะไรดีก็เลยไม่ได้ตอบอะไร ผมจำวันนั้นได้แม่นมากทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนั้น ผมก็จะต้องอดหัวเราะตัวเองไม่ได้ทุกทีเรียนที่โรงเรียนอะโอยะมะผ่านไป1ปีครึ่ง ผมลองคิดกลับไปเมื่อครั้งที่ผมมาญี่ปุ่นใหม่ๆ เทียบกันดีแล้ว เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ และ เมื่อคิดดูแล้วก็เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากว่าเราจะเก่งภาษาญี่ปุ่นมากขึ้นขนาดนี้เพราะ เราเรียนที่โรงเรียนอะโอยะมา ทำให้หลังจากจบที่โรงเรียนอะโอยะมะแล้ว ผมร่วมสอบเข้าวิทยาลัยที่ผมอยากเรียนและ ผลสอบออกมาปรากฎว่าสอบผ่านและได้ศึกษาจนจบหลักสูตร นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผมจะไม่มีวันลืมเลือนพระคุณของโรงเรียนอะโอยะมะ. หลังจากจบการศึกษาแล้วผมได้กลับมาประเทศไทยเพื่อช่วยงานคุณพ่อ เพราะคุณพ่อของผมมีกิจการบริษัททัวร์ญี่ปุ่นอยู่ที่เชียงใหม่  ผมก็พยายามที่จะมุ่งหน้าสู่ฝันที่ผมวาดไว้ สุดท้ายนี้ก็ข้อให้โรงเรียนอะโอยะมะเป็นโรงเรียนที่มุ่งผลิตคนที่มีคุณภาพเพื่อมุ่งสู่ฝันเช่นนี้ ต่อไปเรื่อยๆครับ
ศิตย์เก่า ชัยวัฒน์ วีรไตรพันธ์   ชาวไทย
    

 ก่อนอื่น ขอแสดงความยินดีกันการครบรอบ30ปี ของโรงเรียนอะโอยะมะ ไม่ได้เจอทุกท่านตั้งนาน ยังสบายดีเหมือนเดิมอยู่ใช่ใหมครับ เวลาได้หมุนไปอย่างไม่รอใครเลยนะครับ ถ้าคิดกลับไปก็เป็นเรื่องเมื่อ18ปีที่แล้วนะครับ หลังจากเข้ารับราชการทหารตามหน้าที่แล้ว วันที่ 6เดือน มกราคมปี ค.ศ.1988(ปีโชวะ 63) ถึงแม้จังไม่รู้ชตากรรมแต่ก็ได้บินจากประเทศไต้หวันที่แสนจะอุ่น มาสู่ประเทศที่แสนจะหนาว ครั้งแรกมาโดยวีซ่าท่องเที่ยว โดยมีพี่สาวที่เป็นศิษย์เก่าของอะโอยะมะ ช่วยเหลือให้ได้มาเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ผมอยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยจึงปรึกษาอาจารย์ใหญ่(อาจารย์นากานิชิ)ว่าจะทำยังไงดี อาจารย์ใหญ่จึงให้คำแนะนำว่าให้เรียนภาษาญี่ปุ่นส่วนตัวสิและช่วยเหลือให้ผมได้เปลี่ยนวีซ่าจากวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าเตรียมศึกษาต่อด้วยสายเลือดทหารก็ได้แต่คิดว่าเราจะมองไปข้างหน้าและมุ่งหน้าต่อไปด้วยความกล้าหาร ก็เลยคิดว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งเดียวที่ทำได้ แต่การใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นท่ามกลางหิมะ เป็นอะไรที่ต้องอดทน ภาษาญี่ปุ่นของฉันก็เปรียบเสมือนกระดาษสีขาว ผมเป็นคนที่โชคดีก็ว่าได้ใช่ไหมครับ เริ่มเรียนพี้นฐาน1เดือนคือเดือนมกราคมปลายเดือนกุมภาพันธ์ก็มีการสอบผมสอบได้มากกว่า 90คะแนนจึงย้ายไปลงอล์ส1ปีครึ่งของอาจารย์ฮิบิยะ คลาสB2ผมเลยเป็นนักเรียนที่ไม่ได้ร่วมงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ สิ่งที่ดีใจที่สุดก็คือ ได้รู้จักเพื่อน ชาวไต้หวัน, ชาวฮ่องกง และ ชาวไทย ที่เรียนอยู่ห้องเดียวกัน หลังจากนั้น็ไม่รู้ว่าทำไม่อาจจะเป็นเพราะโชคชตาก็ได้ ย้ายมาอยู่ที่บ้านอาจารย์ใหญ่เป็นเวลาครึ่งปี ครั้งแรกที่ได้ดื่มถั่วเน่าของญี่ปุ่นแต่ก็กินไม่ได้ จนมาถึงตอนนี้ก็ยังกินไม่ได้ ในตอนนั้น คุณทาโร่ยัง เล่นเบสบอลอยู่ประถมศึกษาปีที่3、4อยู่เลย น่ารักมากครับ สิ่งที่น่าสนใจก็คือพวกเขานั่งอยู่ด้วยกันเพื่อให้อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ สำหรับผมแล้วประสบการณ์ที่มีค่าที่สุดก็คือการได้อยู่ร่วมกับครอบครัวคนญี่ปุ่น บางที่อาจารย์ใหญ่ก็พูดดุแต่จริงๆ แล้วใจดีมากรับคอยดูแลนักเรียนและพวกศิษย์เก่าทุกคนเป็นอย่างดี  งานแต่งงานของรุ่นพี่ศิษย์เก่าที่ ภูเขาไฟฟูจิ(1988.5.3)ทั้งครอบครัวของอาจารย์ถูกเชิญไปร่วมงานแต่ในวันนั้นคุณทาโร่ลูกชายของอาจารย์ใหญ่ ติดงานของโรงเรียนจึงไปไม่ได้พอดี แต่อาจารย์ได้เชิญผมไปแทนคุณทาโร่ครั้งแรกที่ผมได้ร่วมงานแต่งงานของคนญี่ปุ่นไม่เคยมีความคิดที่จะได้ร่วมงานสำคัญแบบนี้เลย จึงอวยพรให้พี่ที่แต่งงานมีความสุขมากๆ           อาจารย์เป็นคนที่ชอบเบสบอลมากเลยครับ ชอบเชียร์ทีมยังกี้ ครับ.มีอยู่ครั้งหนึ่งที่อาจารย์พาคุณทาโร่และ ผมไมนั่งดูทีมยังกี้แข่ง.พอดีทีมคู่ต่อสู้มีนักเบสบอลชาวไต้หวันอยู่ในทีมและ ตีโฮมรัน 2ครั้งผมแอบดีใจอยู่ในใจแต่ไม่ให้ใครเห็น อาจารย์บอกให้ผมพยายามเขียนแก้ไขบทความเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อจะเอาไปเข้าเล่ม เหตุผลอะไรก็ไม่รู้ ตอนอาจารย์หิบีสึโมก้าป่วยเข้าโรงพยาบาล ทุกคนพากันไปเยี่ยมอาจารย์ที่โรงพยาบาลจนขนไข้เตียงข้างๆ ถามเล่นๆว่าทำไมคุณมีแต่คนต่างชาติมาเยี่ยมครับ หลังจากนั้น อาจารย์หิบีสึโมก้า ก็เลิกสูบบุหรี่. โรงเรียนอะโอยะมะไม่เพียงแต่เรียนภาษาญี่ปุ่นเท่านั้นยังคอยให้นักเรียนร่วมงานและเทศกาลต่างๆ ด้วยเช่น เทศกาลดูดอกไม้(วันที่12เมษายน ค.ศ.1988.)、ร่วมงานรื่นเริงต่างๆกับช่างตัดผมชาวญี่ปุ่น(วันที่19กันยายนค.ศ.1988.) ร่วมเทศกาลรำแห่เทวดา และ พักอาศัยกับคนญี่ปุ่นที่บ้าน ที่อำเภอชิมิซึ จังหวัด ชิซึโอกะ(ตั้งแต่วันที่30 กรกฎาคม ถึง1 สิงหาคม ค.ศ.1988.) ร่วมงานแข่งพูด และ ชมพระอาทิตย์ขึ้น เป็นต้น ซึ่งได้ประสบการณ์จริงมากกว่าที่คิด เทศกาลชมดอกไม้อาจารย์ทุกๆ คน หน้ารักมากคอยดูแล เหมือนแม่เลย คุณเทนโน จากโยโกฮะมะ ใจดีเหมือนเทพเจ้าครั้งแรกที่พบกลัวเพราะผมและหน้าเหมือนยามะคุจิคุมิโจ เป็นคนมีความมานะ.แค่ดูทีวีอย่างแค่นั้นเอง ก็ติดต่อโรงเรียนอะโอยะมะแล้วเชิญนักเรียนของโรงเรียนไปตัดผมฟรี โดยมีเกมส์ให้เล่น นักเรียนทุกคนก็รู้สึกถึงความมีน้ำใจและใจดี จึงยืมห้องเรียนแล้วช่วยกันปั้นเกี่ยวซ่าเพื่อไปมอบให้ ทักคนที่ร้านตัดผมเทนโน เพื่อเป็นการขอบคุณ. ผมได้รับคำเชิญชวญจากพนักงานบริษัทของคุณเทนโนให้ไปเที่ยวนิกโก้เมื่อไปถึงศาลเจ้าที่นิกโก้ผมได้อธิฐานว่าขอให้ผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ด้วยเถอะ  สาธุ สรุปว่าผมสอบติดมหาวิทยาลัย ผมจึงหาเวลาว่างหนึ่งวัน นั้งรถไฟจากอะสะกุสะไปที่ศาลเจ้านิกโก้ เพื่อไปขอบคุณ.เทศกาลการเต้นที่อำเภอชิมิซึก็เป็นอะไรที่น่าเป็นการเต้นประหลาดและแปลกมาก.สำหรับการที่ได้ไปพักโฮมสเตร์หรือพักกับครอบครัวคนญี่ปุ่น ทุกคนใจกับผมเหมือนผมเป็นคนในครอบครัวเดียวกันเลย คุณพี่สาวก็สวยและใจดีมาก แถมยังพาไปเที่ยวที่ต่างๆอีกด้วย และเป็นครั้งแรกที่ได้ลงแช่อ่างน้ำร้อนแบบญี่ปุ่น สมัยมัธยมปลายเคยเห็นเขียนในหนังสือเรียน"東漢委奴国王印"ทำให้ตกใจหมดเลย. ในห้องเรียนก็ขาวสะอาดสวยงามมากเป็นที่น่าแปลกใจของพวกเราผู้รับผิดชอบ คือ อาจารย์ฮิบิยะโน อาจารย์ทามากิ อาจารย์มิยะซะกิ อาจารย์ไทระ เป็นต้น ที่เป็นผู้มีพระคุณของกระผมการสัมมนาเรื่องคันจิ  รูปประโยค การฟัง เป็นต้นอาจารย์ทุกคนมีเทคนิคการสินของตนเองที่ทำให้นักเรียนเข้าใจง่าย เป็นการเรียนที่ดีมาก.หลังจากโรงเรียนเลิกเกือบทุกวันฉันได้พยายามทำการบ้านและทบทวนบทเรียนต่างๆ ที่ห้องครัวของโรงเรียนคนเดียว ความทรงจำนี้ตลอดชีวิตก็ไม่ลืม.หลังจากจบการศึกษา ในตอนนั้นอาจารย์โยโกยะมะกลับบ้านสายเพื่อสอนหนังสือในสิ่งที่ผมไม่ค่อยเข้าใจให้เป็นพิเศษ จริงๆแล้วในใจผมรู้สึกอยากจะขอโทษอาจารย์และอยากจะขอบคุณอาจารย์ นั่งเรียนกันที่ห้องครัวของโรงเรียน ทั้งๆ ที่อาจารย์หลายท่าน เข้า ๆ ออก ๆ โรงเรียนไปก็หลายคน ซึ่งได้ยินคำพูด เช่น ไปก่อนนะ กลับมาแล้วครับ คำพูดเหล่านี้ ได้ยินครั้งแล้วครั้งเล่านจำได้ ผมได้คะแนน ภาษาสุภาพ และ การฟังดีมาก อาจารย์คอยแก้ บทความที่จะเขียนส่งยังมหาวิทยาลัยและ คอยทดสอบการสอบสัมภาษให้ครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะความเป็นห่วงว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยได้รึเปล่า.อาจารย์มิยาซากิช่วยคิดบทความที่จะของเรียนต่อยังมหามทยาลัยให้ ถ้าอาจารย์ไม่คอยแก้ไขให้ ไม่คอยดูให้ ไม่คอยทดสอบให้ รับรองว่าผมต้องสอบไม่ผ่านแน่ๆ ไม่ว่าฉันจะสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นได้ 300คะแนน ในระดับ1ถ้าไม่มีอาจารย์คอยอบรมบ่มสอนผมก็อาจจะไม่มีโอกาสเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้ เพราะความห่วงใยของอาจารย์ในทำให้ปีนั้น ผมสามารถข้ามหาวิทยาลัยเซมชู ขอขอบพระคุณอาจารณ์ทุกท่านมา ณที่นี้ด้วย ครับ เมื่อคิดกลับไปอีกครั้งได้เรียนที่ญี่ปุ่น7ปี แต่เรียนไม่นานก็หยุดเรียนไปและ ก็ได้ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่โรงเรียนอะโอยะมะอีก1ปีและเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเซ็มชู สาขาวิชา เศรษฐศาสตร์ เป็นเวลา 4ปี หลังจากนั้น เรียนสาขาวิชา บริหารธุรกิจ อีก2ปีและต้องทำวิทยานิพน รวมแล้วทั้งหมด 7 ปี.ผมคิดไว้อยู่เสมอว่า 1ปีแรกของผมที่เรียนที่อะโอยะมะเป็นปีที่สำคัญที่สุดและผมโชคดีที่ได้เลือกเรียนที่โรงเรียนอะโอยะมะ เพราะเป็นโรงเรียนที่สอนอย่างมืออาชีพ ผมได้มากกว่าที่ผมคิดซะอีก ตอนนี้ผมก็ยังคิดอยู่เสมอว่าถ้าผมไม่ได้เรียนภาษาญี่ปุ่นที่โรงเรียนอะโอยะมะ ผมคงจะเขียนวิทยานิพนไม่จบแน่นอน.และอีกอย่างหนึ่งที่เป็นนิสัยทหารอย่างผมก็คือชอบช่วยเหลืออาจารย์หรือว่าจะเป็นการช่วยย้ายบ้าน ผมชอบช่วยเหลือเลยทำให้ตอนผมอยู่ที่มหาวิทยาลัย ทุกคนให้ผมเป็นหัวหน้าสมาคมนักศึกษาใต้หวันมในมหาลัย  เรามาพูดเรื่องที่สำคัญกันดีกว่า อาจารย์ใหญ่เป็นตนที่ดีมากดังนั้น พี่น้องของผมทั้งหมด 7คนจึงจบที่โรงเรียนอะโอยะมะทั้งหมด ผมขออวยพรด้วยปลายพู่กัน สำหรับวันเกิดครบรอบ30ปีและอาจารย์ผู้มีพระคุณทุกท่านขอให้มีความสุขเจริญ
卒業生   何東志 (ไต้หวัน) 2006/2/12
2ページ目♪